จากเอ็นทรีนี้
100202 -- หนึ่งวันฉันไม่ใช่หมอ

แล้วทีนี้อยากรู้มั้ยครับว่าวันนึง(นักเรียน)หมอเค้าทำอะไรบ้างวันๆ
ที่บ่นๆ กันว่าหมอไม่มาตรวจซักที
มาช้า แถมเจอกันนิดเดียวคนก็เยอะ รถก็ติด

เอ่อ หลายๆ รูปผมไม่แน่ใจว่าเหมาะสมที่จะเอามาลงหรือไม่นะครับ
เพราะว่าจริงๆ เค้าห้ามถ่าย ไอ้ผมก็แอบถ่ายมา
แต่คิดว่าไม่ได้ละเมิดใคร ไม่ได้เอาความลับใครมาเผยแพร่ด้วย
ถ้าเห็นว่ารูปไหนไม่สมควร ก็บอกมาครับ ผมจะเอาออก

เรามามองอีกมุมดูไหมครับ
เป็นมุมมองของ (นักเรียน) แพทย์บ้าง
อาจดูเหมือนมาแก้ต่าง แต่ผมก็อยากแสดงความจริงอีกด้านบ้างเช่นกัน ^^

 

เริ่มครับ

 

 

เช้ามาพวกกระผมต้องไปดูผู้ป่วยที่หอผู้ป่วยทุกเช้า
อันนี้แล้วแต่พี่ ถ้าใจดีก็ 7 โมง ถ้าโหดๆ ก็เช้ากว่านั้น เพื่อนผมเคยเจอตีห้า O_o!!!

 

พอขึ้นหอผู้ป่วยก็เจอชาร์ทของผู้ป่วยกองโต
เห็นแล้วจะเป็นลม
บางคนหนาปึกยังกะ Yellowpages

 

ยิ่งบางวอร์ดคนไข้เยอะ หมอคนนึงอาจต้องดูคนไข้ 20 คนเลย
ส่วนมากรอบแรกเราจะเดินราวน์กับพี่ๆ ก่อน อาจเป็น extern หรือ resident
เหมือนกับมาดู progression ของคนไข้ แล้วลอง plan ในใจดูว่าจะทำอะไรต่อ


 

จากนั้นก็จะมีอาจารย์มาราวน์ (รอบสองของเรา)
ทีนี้ก็ถึงคิวที่เรารายงานอาจารย์ว่าคนไข้มี progression อะไรบ้าง
รวมทั้ง plan การรักษาตะกี้มันเป็นอย่างไร อาจารย์ก็จะให้ข้อเสนอแนะมา

 

แต่บาง ward ก็จะสนุกๆ และมีกิจกรรมที่ต่าง
เช่นช่วงที่อยู่ ward เด็ก ทุกเช้าก็จะมีการตรวจเด็กแรกคลอด
อันนี้น่ารักมาก เว้นตอนฉี่และขี้ ทำให้เราต้องมาเปลี่ยนผ้าอ้อม
คืนไหนที่คลอดกันเยอะ วันรุ่งขึ้นต้องตรวจเด็กอ่อนกันน้ำบานเลยทีเดียว
เฮือกกกกกกก ที่แหละนะ ทุกข์บนความน่ารัก ^^

 

พอราวน์เช้าเสร็จ ส่วนมากก็จะ limit เวลาให้ประมาณ 0800-0830 น
อันนี้แล้วแต่วอร์ดและอาจารย์ และงานที่จะต้องทำ
จากนี้แต่ละ ward ก็จะต่างๆ กันแล้ว

บ้างก็ให้ไป conference กับพี่ๆ ซึ่งเนื้อหาค่อนข้างยากและเฉพาะทาง


 


(ผมแอบหลับด้วย 555+)

 

บางวอร์ดไม่มี conference ก็เป็น ward work พวกทำ lab ต่างๆ
เพื่อนที่ซวยๆ ย้อม slide วันนึ่ง 30-40 แผ่นเลยก็มี ยังกะโรงงาน

 

จากนั้น 0900-1200 น ส่วนมากก็จะลงไปตรวจ OPD ครับ
ก็คือผู้ป่วยนอกที่เราคิดว่าหมอลงมาดูเราช้าจัง
แต่จริงๆ เค้าดูคนไข้หนักตั้งแต่เช้าแล้ววววว ค่อยมาดูข้างล่างต่อ

 

คนไข้ OPD สำหรับพวกผมก็จะเป็นเคสไม่ยากมาก
และส่วนมากเป็นคนไข้ใหม่
พอตรวจเสร็จก็จะให้อาจารย์มาดู และ discussion ซ้ำเพื่อความถูกต้อง
แรกๆ ก็จะโดนเทศน์เยอะมากๆๆ แต่ก็แลกกับความรู้ที่พ่นมาระหว่างเทศน์

 

แต่เพื่อนๆ ที่อยู่ศัลยกรรมอาจต้องเข้าห้องผ่าตัด
แปลงร่างเป็นชุดเขียว

 

จากนั้นก็จะกระจายตามห้องผ่าตัดที่ตัวเองได้รับมอบหมาย
ส่วนมากนักเรียนอย่างเราๆ ก็จะเป็นมือท้ายๆ ขณะเข้าเคส
หน้าที่หลักๆ ก็ถือ Retractor หรือตัดไหม
ส่วนหน้าที่หลักๆ จะเป็นอาจารย์หรือพี่ resident มากกว่า


 

หรือบางวันถ้ามีเรียน
ก็จะไปเรียน เย่ๆๆ อาจารย์ก็จะมาสอนให้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกเทศน์มาก
ตามประสาคนขี้เกียจอ่านหนังสือแบบผม ^^
มีคนมาสอนมันก็ต้องดีกว่าอ่านเองอยู่แล้วใช่ปะ

 

จากนั้นก็เป็นช่วงพักเที่ยง
ก็ไปกินข้าวกัน
แต่พวกที่ซวยๆ เช่น เข้าเคสที่ต้องผ่าตัดนาน+อาจารย์โหด
หรือไม่ก็ ward work เยอะๆ หรือไม่ก็อาจารย์นัด
พวกนี้ก็จะต้องกินข้าวกล่อง หรือไม่ก็อดมื้อเที่ยงไป
คิดซะว่าลดน้ำหนัก และประหยัดด้วย

จากนั้นพอบ่าย
ส่วนมากก็จะเป็นเรียนนะ
หลังจากผ่านอภิมหางานมาแล้วตอนเช้า

 

ทั้งความเหน็ดเหนื่อย
ข้าวกลางวันที่กินเข้าไป
ภารกิจอันมากมายที่รออยู่ เพื่อนๆ หลายคนจึงเป็นแบบที่เห็น

 

ซึ่งผมเชื่อว่ามากกว่าร้อยละ 95 ของนักเรียนแพทย์
มีความจำเป็นอย่างสูงที่ต้องได้รับสิ่งนี้เข้าไป
ทำให้เราสามารถยืนหยัดอยู่ได้ทั้งวัน

 

กาแฟเท่านั้นเพื่อให้เราอยู่รอดในช่วงบ่ายได้
โอ้สสสส สู้ๆๆๆ


 

แต่บางบ่ายอาจมี Activities แทนการเรียนก็มี
เช่น Bed side teaching(สอนโดยไปยืนข้างเตียงผู้ป่วย อันนี้ชอบ เพราะไม่ง่วง และเห็นภาพชัดเจน)

 

หรือไม่ก็จะเป็น Activity พิเศษ
เช่นอันนี้คือสอนทำเฝือกแบบต่างๆ สนุกมากๆๆ

 

บางวันก็ได้ออกไปชมงานนอกสถานที่บ้าง
Activity นี้ก็สนุกสุดๆ เหมือนกัน ^^


 

แต่ก็มีบาง Activity ที่ไม่สนุกสำหรับผม
เช่นการอ่านเอกสารทางวิชาการใหม่ๆ แบบเพิ่ง update ไรงี้
เออ ภาษาอังกฤษล้วนนะครับ

 

หรือบางทีอาจมีอาจารย์นัดสวด(สอน) เป็นพิเศษ
อันนี้ก็สุดแล้วแต่ว่าแต่ละบ่ายของแต่ละภาคแต่ละกอง
และตารางสอนแต่ละวันว่าเป็นอย่างไร

 

พอ Activity บ่ายหมด
เราก็มาถึงสิ่งที่เรียกว่า round เย็นครับ
ก็คือมาดูผู้ป่วยบนหอผู้ป่วยอีกครั้ง
ดูว่าที่สั่ง Lab หรือสั่งการรักษาตอนเช้าเป็นไงบ้าง
หรือผู้ป่วยที่ไปผ่าตัดตอนเช้าตอนเย็นเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม และจะทำอะไรต่อ

 

พอราวน์เย็นเสร็จ
หลายๆ คนก็คิดว่าจบแล้ว อันนี้ก็ไปพักได้
แต่ยังมีคนอีกกลุ่มต้องอยู่เวร
ปี 4-5 ส่วนมากอยู่ถึงเที่ยงคืน ส่วน extern-resident อยู่ถึงเช้า
เรียกง่ายๆ ถ้าดวงพี่ extern-resident ซวยๆ นี่ไม่ต้องนอน แถมทำงาน 36+ ชั่วโมงต่อเนี่อง
ถึกยิ่งกว่าคูโบต้า

 

ส่วนมากหน้าท่ีหลักๆ คือรับเคสใหม่ๆ เอามานอนบนวอร์ด
ดูคนไข้บนวอร์ด ดูแลปและแก้ไข รวมถึงการกู้ชีพในกรณีฉุกเฉิน
แต่ถ้าอยู่ห้องฉุกเฉินก็จะได้ทำแผลด้วย

 

คือปกติอยู่เวรเค้าจะมีห้องพักแพทย์ให้
แล้วแต่ว่าเราจะได้ใช้หรือเปล่า
เพื่อนๆ บางคนก็ถูกตามทั้งคืน ทุกคนล้วนหวังว่าคนไข้ในรับผิดชอบของตนจะต้องดี
อย่างน้อยก็ดีที่สุดเท่าที่ความรู้และความสามารถของเรา+พี่ๆ+อาจารย์จะทำได้

 

หลังจากนั้นไม่ได้ว่าว่างชิลนะครับ
โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่ไม่มีเวร
เพราะถึงไม่มีเวร เราก็มีรายงานให้ทำกันจนเบื่อไปเลยละครับ
แต่ก็ดีนะครับ มันก็เหมือนช่วยกระตุ้นให้อ่านหนังสือ
รายงานเยอะก็ต้องปั่นกันต่อไป

 

กว่าจะได้นอนก็ส่วนมากก็ตี 2-3 เป็นต้นไป
พรุ่งนี้เช้าก็วัฎจักรเดิมๆ พร้อมราวน์เช้า 7 โมง

จากความเหน็ดเหนื่อยซ้ำๆๆๆ ทุกวัน
จนถึงวันนึงที่กาแฟก็ช่วยไม่ได้แล้ว
มันก็เลยต้องมีแบบนี้บ้าง

 

นอกจากนั้น ชีวิตนักเรียนแพทย์เราไม่ได้หมดแค่นั้น
เรายังมีกิจกรรมทั้งนอกและในหลักสูตร
ทั้งบีบบังคับ และบังคับโดยละมุนละม่อมให้ทำมากมาย
เช่น ออกเยี่ยมคนไข้ที่บ้าน


กิจกรรมของโรงพยาบาล
ออกบูธนอกสถานที่


 

กิจกรรมดนตรี
และงานสังสรรรื่นเริง (เล่นไปไม่ได้เงิน -_-a)

 

หรือกีฬากระชากสัมพันธ์
(ทีมเดียวกันเหรอเนี่ย สีเสื้อไม่เห็นเหมือนกันเลย)

 

สุดท้าย กว่าจะจบเป็นหมอได้หัวโตพอดี
555+

 

หมดแล้วครับ 1 วัน

ใครรักลูกรักหลาน
ถ้าน้องเค้าชอบผมอ ก็ยินดีครับ
แต่ถ้าเค้าไม่ชอบ อย่าไปบังคับเค้ามาเรียนเลยครับ มันเหนื่อย
กว่าจะรู้ว่าเราชอบหมอ มันต้องปี 4 แล้ว ที่เราเริ่มดูคนไข้
ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ความรับผิดชอบเราไม่ได้มีแค่ตำรานะ แต่มีชีวิตคนด้วย
ซึ่งปี 4 ที่อื่น เค้าก็จะจบกันแล้ว แต่ปี 4 แพทย์คือการเริ่มต้นเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น
เค้าไม่ได้แค่ต้องทรมานกับความไม่ชอบแค่ 2-3 ปีตอนเรียนนะ
แต่เค้าต้องทนและทำงานกับมันไปเกือบทั้งชีวิต

ส่วนตัวผมผมว่าการเรียนหมอในความเหนื่อยมันก็มีความสุขและสนุก
ทุกครั้งที่คนไข้หายป่วยและออกจากโรงพยาบาลด้วยร้อยยิ้ม
แค่เค้าหันมาขอบคุณ โอสสสสสส มันสุดยอดมากๆๆๆ (อย่าลืมจ่ายเงินที่การเงินด้วย)
พอเดินสวนข้างนอก ลุงคนไข้เดินมาทักผม (แต่ผมงงๆ เพราะจำไม่ได้)
แต่ก็ดีใจมากๆ เลย มีคนจำเราได้ อย่างกะเซเลบไรงี้ (เว่อร์ไป)

ความรู้สึกมันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ

 

 

หวังว่าหนึ่งวันของ (นักเรียน)หมอ มันคงพอจะสะท้อนอะไรได้บ้างนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งอยู่ปี1 กำลังจะขึ้นปี 2
เห็นชีวิตตัวเองในอนาคตแล้ว... O-O"

พี่ๆเก่งจังเลย ทำได้ไง!!!
สู้ๆต่อไปนะคะพี่ ^^
อ่านแล้วรุสึกว่า
ในอนาคต จะต้องเก่งแบบพี่ๆให้ได้!!^^
โอ๊ซซซ

#15 By นสพ.มือใหม่ >.< (58.8.12.239) on 2010-02-10 23:09

โห...สู้ๆค่ะ

#14 By balmkids (125.25.31.240) on 2010-02-10 15:44

good story Mhor.

#13 By Mhormai (61.87.109.142) on 2010-02-08 20:51

โห....

เห็นแล้วเหนื่อยแทน

ขอให้แข็งแรงๆ นะคะ big smile

#12 By bee_jung on 2010-02-08 12:19

ตอนนี้กำลังอยากเรียนหมออยู่เลย :D

#11 By nutcha on 2010-02-07 20:00

blog สุดท้ายที่นี่เหรอเปล่า
แล้วจะไปตามอ่านที่ใหม่ครับ

#10 By ppat69 on 2010-02-07 16:44

ดีนะยังมีให้นอน 2-3 ชั่วโมง cry

กว่าจะเป็นหมอได้ ไม่ใช่เล่น ๆ เลย

ดีจัยนะคะ หมีหมอดีดี เพิ่มมาอีกหนึ่งคน (จะดีป่าวหว่า ฮาาาา)

สู้ ๆ ค้าบบ หมอต๋ง big smile

#9 By chococat (125.24.124.237) on 2010-02-07 16:42

เข้ามาอ่านและเข้าใจชีวิตหมด แต่ที่ไม่ปลื้มคือ >> อย่าลืมจ่ายเงินที่การเงินด้วย


แหม่ เอาซะ อ่านมาอย่างซาบซึ้ง ถึงกับวงแตกเมื่ออ่านประโยคนี้เลย ฮ่าๆ

#8 By airenaja (110.164.161.147) on 2010-02-07 16:28

ดีที่เอนท์ไม่ติดหมอ...
ชีวิตคูโบต้า ชนิด drip กาเฟอีนเข้ากระแสเลือดตลอดเวลาแบบนี้ รับไม่ได้ค่ะ... confused smile confused smile sad smile

การที่ได้ทุ่มเทกายถวายชีวิตช่วยอีกชีวิตหนึ่ง ถือเป็นวิชาชีพที่น่ายกย่องจริงๆค่ะ อดทนนะคะคุณหมอ Hot!

#7 By kororo on 2010-02-07 14:31

ชีวิตนักเรียนแพทย์ต้องอาศัยความอึดชั้นยอด และความเข้าใจชั้นเยี่ยมจริง ๆ big smile

Hot! Hot! Hot!

#6 By nora on 2010-02-07 14:31

หัวโตแล้วยังตาถลนอีกด้วย 555+

#5 By เคนหนี้ on 2010-02-07 14:12

โอ้ สุดยอดชีวิตนักเรียนแพทย์ไทย หัวใจคูโบต้า

ปล. คุณหมอ pic 13 น่ารัก

#4 By jeno. on 2010-02-07 13:55

นศพ. ชีวิตครบรส
sad smile sad smile sad smile

#3 By suwichie (113.53.24.192) on 2010-02-07 13:50

โหหยยย
สู้ ๆ น่ะค่ะ

เราจะต้องแข็งแรง อิิอิ

อยากอุ้มเด็กเล้ก ๆ บ้างจัง

#2 By i'FY on 2010-02-07 13:48

โหดดีแหะ อยากเป็นหมอบ้าง สู้ๆ

#1 By Pokpitch (61.90.13.109) on 2010-02-07 13:46