Blog Action Day = วันที่ชาว blogger จะทำอะไรซักอย่างพร้อมๆ กัน

ปีนี้หัวข้อที่จะทำคือ Climate change : แปลง่ายๆ ก็คือโลกร้อน

หลายวันก่อน ผมพยายามคิดหัวข้อการเขียน คิดมานานจนถึงวันนี้ก็ยังคิดไม่ตกซักที

สุดท้ายได้ @sugree มาช่วยผ่านทาง twitter ทำให้ผมก็เลือก Ethanol มาเขียน ซึ่งปัจจุบันเป็นพลังงานทางเลือกที่ใช้อย่างแพร่หลาย เพราะ

  • เผาไหม้สะอาด และมีมลพิษน้อยกว่า ทั้ง Hydrocarbon, Carbonmonoxide, สารกลุ่ม sulfate, ฝุ่นละอองต่างๆ, ก๊าซเรือนกระจก และสารพิษอื่นๆ
  • ราคาถูกกว่า
  • นำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมาใช้ทำได้
  • สามารถปลูกและผลิตได้ ลดการนำเข้าและพึ่งพาน้ำมัน

วันนี้หลายๆ คนคงเขียนเรื่องพลังงานเยอะแล้ว ของผมจะแหวกแนวนิดๆ เพื่อให้ตรงกับสายผมหน่อย (สายสุขภาพ + การกิน)

ใช่แล้วครับ วันนี้ผมจะมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการกินเหล้า (ส่วนตัวผมไม่ชอบ แต่ถ้ากินก็พอได้)

วันนี้ขอวิชาการหน่อยนะครับ อาจผิดหวังสำหรับผู้รอ review อาหารเล็กน้อย

เริ่มที่

 

  • ใครรู้บ้างว่าการดื่มสุรามีผลดีต่อร่างกายบ้างยกมือขึ้น lol

ผมเคยได้รับการอ้างอิงจากบริษัทเบียร์ที่นึงผ่านเวปนี้ครับ

ผมว่ามันไม่มีความน่าเชื่อถือเท่าที่ควร ไม่บอกว่ากินเท่าไหร่ กินยังไง มันมีสารนั้นสารนี้เยอะแค่ไหน แล้วทำไมไม่กินแค่สารนั้นสารนี้เพื่อลดโรคเลย แถมบางอันผมว่ามันเกินจริงไปด้วย

และเท่าที่ผมไป review เอกสารต่างๆ ทางการแพทย์ทั้งจาก NEJM (New England Journal of Medicine) และ Pubmed (http://www.nlm.nih.gov) กลับมีเรื่องผลเสียของ Alcohol ไว้เป็นจำนวนมาก (จนหาข้อดีแทบไม่เจอ ที่เจอก็ไม่ชัดเจน)

สรุปคือ ทางที่ดี เลิกดื่มมันซะถ้าทำได้

 

  • แต่ถ้าต้องการดื่มเพื่อสุขภาพล่ะ มันมีป่าว

ก็มีครับ มันก็มีผลดีต่อร่างกายบ้าง (จากบางเอกสาร) ซึ่งมันจะลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ในปริมาณที่พอเหมาะ ย้ำว่า ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น

จริงๆ มันก็มีแนวทางการดื่มนะ เค้าเรียกว่า Drink guidelines เอาง่ายๆ max ต่อครั้ง ผู้ชาย 2 drinks, ผู้หญิง 1 drink

1 drink นี่ไม่ใช่ที่ดริ้งก์ละ 200 ที่ขายตามร้านเหล้านะ

แต่ 1 drink เนี่ย = 14 กรัมของ pure ethanol

 

  • แล้วกรูจะรู้ได้ไงวะว่า 14 กรัมเนี่ยมันอยู่ตรงไหน

ง่ายๆ ครับ เราก็เทียบกับปริมาณ %Ethanol หรือที่เรียกว่าดีกรีที่อยู่ข้างขวดหรือกระป๋อง